วิชาว่ายน้ำศาสตร์

มีเรื่องเล่าว่า มีศาสตราจารย์หนุ่มความรู้สูงผู้หนึ่งเดินทางไปในเรือเดินสมุทร ในเรือนั้นมีกะลาสีเรือชราผู้หนึ่ง ซึ่งอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ กะลาสีผู้นี้ชอบเข้าไปหาศาสตราจารย์ในห้องพักเพื่อฟังศาสตราจารย์คุยเรื่องวิชาการด้วยความประทับใจอย่างยิ่ง

วันหนึ่งขณะที่กะลาสีกำลังจะออกไปจากห้อง หลังจากได้ฟังบรรยายวิชาการอยู่พักใหญ่ ศาสตราจารย์ได้ถามขึ้นว่า “นี่แน่ะเธอเคยเรียนวิชาธรณีวิทยามาบ้างหรือเปล่า” กะลาสีถามว่า “วิชาธรณีวิทยาคืออะไรครับ” ศาสตราจารย์บอกว่า “เป็นวิชาว่าด้วยพื้นแผ่นดิน” กะลาสีตอบว่า “ไม่เคยเลยครับ ผมไม่เคยเข้าโรงเรียน ไม่เคยเรียนหนังสือเลย” ศาสตราจารย์จึงกล่าวด้วยความสมเพชว่า “โธ่เอ๋ย ! นี่เท่ากับเสียเวลาไปเปล่าๆ ตั้งเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเชียวนะ” กะลาสีรู้สึกเศร้าใจมาก ศาสตราจารย์ผู้มีความรู้สูงบอกว่าเขาได้เสียเวลาไปตั้งเสี้ยวหนึ่งของชีวิตแล้ว เขาก็คงเสียเวลาไปเสี้ยวหนึ่งของชีวิตจริงๆ นั่นแหละ

วันรุ่งขึ้นกะลาสีก็ไปหาศาสตราจารย์อีก และในขณะที่กะลาสีกำลังจะลุกออกจากห้อง ศาสตราจารย์ก็ถามขึ้นว่า “แล้วเธอเคยเรียนวิชาสมุทรศาสตร์บ้างหรือเปล่า” กะลาสีงง “สมุทรศาสตร์คืออะไรครับ” ศาสตราจารย์ตอบว่า “ก็วิชาว่าด้วยปรากฏการณ์ของทะเลและมหาสมุทรยังไงเล่า” กะลาสีบอกว่า “ไม่เคยเลยครับ ผมเรียนท่าน แล้วไงว่าผมไม่เคยเข้าโรงเรียน” ศาสตราจารย์ส่ายหัว แล้วพูดว่า “โธ่เอ๋ย ! นี่เท่ากับเสียเวลาของชีวิตไปครึ่งหนึ่งแล้วนะนี่” กะลาสีเศร้าหนักยิ่งขึ้น

เมื่อถึงวันที่สาม แกก็ไปหาศาสตราจารย์อีก และถูกถามว่า “แล้วเธอเคยเรียนวิชาอุตุนิยมวิทยาบ้างหรือเปล่า” “อะไรครับ ผมไม่เคยได้ยินคำนี้เลย” “มันคือวิชาที่ว่าด้วยอากาศ ฝน และลม” “ไม่เคยเลยครับ ผมเรียนท่านแล้วไงว่าผมไม่เคยเข้าโรงเรียน” “เธอไม่เคยเรียนศาสตร์เกี่ยวกับโลกที่เธออาศัยอยู่นี้ ไม่เคยเรียนศาสตร์เกี่ยวกับทะเลที่เธออาศัยประกอบอาชีพ ไม่เคยเรียนศาสตร์เกี่ยวกับภูมิอากาศที่เธอต้องเผชิญทุกวัน โอย ! นี่เท่ากับได้เสียเวลาชีวิตไปแล้วถึงสามในสี่เลยทีเดียว” กะลาสียิ่งรู้สึกเศร้าหนักขึ้นไปอีก แน่นอน ในเมื่อศาสตราจารย์ผู้มีความรู้สูงบอกว่า เขาได้เสียเวลาชีวิตไปแล้วถึงสามในสี่ ก็หมายความว่าเขาได้เสียเวลาชีวิตไปแล้วสามในสี่จริงๆ นั่นแหละ

วันต่อมามีเหตุการณ์เกิดขึ้น คราวนี้เป็นทีของกะลาสีบ้าง แกวิ่งไปที่ห้องศาสตราจารย์ แล้วร้องถามว่า “ท่านศาสตราจารย์ครับ ท่านศาสตราจารย์ครับ ท่านเคยเรียนวิชาว่ายนำ้ศาสตร์มาบ้างหรือเปล่าครับ” ศาสตราจารย์งง “ว่ายนำ้าศาสตร์อะไรกัน” กะลาสีจึงถามใหม่ว่า “ท่านว่ายนำ้เป็นหรือเปล่าครับ” ศาสตราจารย์ตอบว่า “ไม่เป็น ฉันว่ายนำ้ไม่เป็น” กะลาสีส่ายหัว “ท่านศาสตราจารย์ครับ ถ้าท่านว่ายนำ้ไม่เป็น เพราะท่านไม่เคยเรียนวิชาว่ายนำ้ศาสตร์มาก่อน ท่านก็จะต้องเสียเวลาชีวิตทั้งชีวิตของท่านเสียแล้วละครับ เพราะเรือกำลังจะจมอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว นี่ถ้าท่านว่ายนำ้เป็น ท่านก็คงจะรอดตาย แหม ! ผมเสียใจแทนท่านจริงๆ นะครับ”

ถูกแล้ว ท่านอาจรำ่เรียน “ศาสตร์” ต่างๆ บรรดามี แต่ถ้าท่านไม่ได้เรียนวิชาว่ายนำ้ศาสตร์ วิชาต่างๆ ที่เรียนมาก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย และแม้แต่วิชาว่ายนำ้ศาสตร์นี้ ถ้าท่านเพียงแต่อ่านจากตำรา หรือแค่ฟังคำบรรยาย แต่ไม่เคยลงว่ายนำ้ด้วยตนเอง แล้วท่านจะว่ายนำ้ได้อย่างไร ท่านจะต้องเรียนรู้และฝึกหัดว่ายนำ้ให้เป็น เพื่อที่จะว่ายข้ามมหาสมุทรแห่งความทุกข์นี้

เรียบเรียงจาก : ศิลปะในการดำเนินชีวิต วิปัสสนากรรมฐาน สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า (หน้า ๙ )
เครดิตภาพจาก : มติชนออนไลน์

Leave a Comment